โรงไฟฟ้าอุทัย กลุ่มบริษัทกัลฟ์(Gulf) จับมือเครือข่าย ทสม.อยุธยา เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสร้างองค์ความรู้ชุมชนต้นแบบ
2,288 อ่าน
โรงไฟฟ้าอุทัย กลุ่มบริษัทกัลฟ์(Gulf) จับมือเครือข่าย ทสม.อยุธยา เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการสร้างองค์ความรู้ชุมชนต้นแบบ
โรงไฟฟ้าอุทัย กลุ่มบริษัทกัลฟ์(Gulf) จับมือเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน ทสม.พระนครศรีอยุธยา นักศึกษาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต นสพ.สยามโพลล์ จัดกระบวนการสร้างองค์ความรู้ “ชุมชนต้นแบบพึ่งตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและธุรกิจชุมชน”
นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร โรงไฟฟ้าอุทัย (บริษัทกัลฟ์ เจพี ยูที จำกัด ) กลุ่มบริษัทกัลฟ์ (Gulf) นายสมศักดิ์ สันธินาค ประธานเครือข่ายฯ ทสม. และ ผู้ใหญ่สุนทร พระครูถิ่น ประธานชุมชนต้นแบบบ้านไร่ หมู่ 6 ต.พระนอน อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมจัดกระบวนการสรุปองค์ความรู้ ชุมชนต้นแบบ ร่วมกับ นักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กว่า 50 คน และ นสพ.สยามโพลล์ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีฐานการเรียนรู้หลัก 2 ฐานความรู้ ประกอบด้วย
ฐานการเรียนรู้ที่ 1 ด้านวัฒนธรรมชุมชนและธุรกิจชุมชน ณ หมู่บ้านตีมีดอรัญญิก ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมที่สืบทอดวัฒนธรรมภูมิปัญญาการตีมีด และผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ในการเกษตร และเป็นแหล่งสินค้าโอทอปที่โดดเด่นระดับสากลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเด็นเนื้อหาสำคัญ คือ กระบวนการสืบทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรมดั้งเดิม และการปรับประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย รวมทั้งเทคนิควิธีการการบริหารจัดการกลุ่ม และการพัฒนาการตลาดที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งต่อการจัดการธุรกิจชุมชนสมัยใหม่



ฐานการเรียนรู้ที่ 2 การนำองค์ความรู้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง รัชกาลที่ 9 นำมาปฏิบัติอย่างจริงจังจนเกิดผลเชิงประจักษ์ในการพึ่งตนเองได้ ณ ชุมชนบ้านไร่ หมู่ 6 ต.พระนอน อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และ ชุมชนโดยรอบ ฐานเรียนรู้นี้ มีประเด็นสำคัญ คือ การปรับผืนนา พื้นที่รอบบ้าน มาทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ ผลไม้ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา แยกขยะ ลดละอบายมุข สามารถลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ อย่างชัดเจน เป็นชุมชนที่ปลอดหนี้ นอกจากนี้ยังขยายแนวคิด ไปยังคุ้มต่างๆ ได้แก่
คุ้มฐานการเปลี่ยนวิถีชาวนา ซึ่งได้นำที่นาบางส่วนปรับเปลี่ยนมาทำตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ไร่นาสวนผสม แบบโคกหนองนา ผลิตอาหารเองได้และเหลือนำไปขายสร้างรายได้ วันละ 300-500 บาท มีผักผลไม้ มะพร้าว กล้วย ฯลฯ ขายทุกๆ เดือน มีปลาในสระน้ำ ยังขายได้อีกปีละ 2 ครั้ง รายได้เป็นหลักหมื่น อีกเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน คือ การปรับเปลี่ยนที่นา มาใช้ปลูกต้นใบเตย ทดแทนการทำนา จำนวน 2 ไร่ มีรายได้จากการตัดใบเตยขายทุกวัน ทุกเดือน ปีหนึ่งๆ รายได้หลายหมื่นบาททีเดียว เป็นการแก้ปัญหาการทำนาที่ราคาตกต่ำ ต้นทุนสูงได้เป็นอย่างดี


นอกจากนั้น ยังมีกรณี ของการใช้พื้นที่รอบๆ บ้านทำเกษตรพอเพียงและเพาะพันธุ์กล้าไม้จำหน่าย รวมทั้งการสร้างพื้นที่สวนไร่นาให้สวยงามมีผลผลิตและมีสิ่งแวดล้อมที่ดี นอกจากสร้างความสุขสวยงามยังเป็นแหล่งศึกษาดูงาน ควบคู่กันไปในแนวทางการท่องเที่ยวชุมชน นับเป็นต้นแบบที่ทำง่ายๆ แต่ได้ผลดีเกินคาด เข้าทำนอง “เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เปลี่ยน พลิกชีวิตได้ดีขึ้น” นี่คือ ผลเชิงประจักษ์ของ ชาวนาต้นแบบที่เดินตามรอยพ่อหลวง “เศรษฐกิจพอเพียง” ทางเลือกทางรอดของชาวนาและเกษตรกร นำไปประยุกต์ใช้ อีกแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา
ผู้ใหญ่สุนทร พระครูถิ่น ประธานศูนย์เรียนรู้ ฯ กล่าวว่า แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่ดีมาก สอดคล้องกับวิถีชาวนา เกษตรกร เมื่อได้ปฏิบัติจริงแล้ว เห็นผลดีอย่างมากกับตนเองและครอบครัว สามารถพึ่งพาตนเองได้เยอะสามารถลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ด้วยคนในครอบครัว และสิ่งแวดล้อมดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น ผมมีความเชื่อมั่นและเห็นว่านี่ คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน ของเกษตรกรและชุมชน


นายสมศักดิ์ สันธินาค ประธานเครือข่าย ทสม.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ชุมชนในพระนครศรีอยุธยา มีหลายชุมชนที่พัฒนาชุมชนได้ประสบผลสำเร็จ และเป็นต้นแบบที่ชุมชนสามารถมาเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ การส่งเสริมและขยายผลสู่ประชาชนวงกว้าง หรือการต่อยอดในการสร้างองค์ความรู้ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหลายหน่วยงาน จะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งของชุมชนและประชาชนที่ยังไม่ได้มีโอกาสมาเรียนรู้ ได้เข้าถึงองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและครอบครัว
นายสมชาย พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฯ โรงไฟฟ้าอุทัย กลุ่มบริษัทกัลฟ์ กล่าวว่า บริษัทฯ มีนโยบายในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชน และสิ่งแวดล้อม มาโดยตลอด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ชุมชนจำเป็นต้องขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ และการต่อยอดนวัตกรรมทางสังคม การร่วมสรุปการเรียนรู้ และการสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน การสรุปบทเรียน เป็นนวัตกรรมทางสังคมอย่างหนึ่ง ที่จะเป็นเครื่องมือการขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆ สู่ประชาชน นักศึกษา และบุคคลสนใจ นำไปใช้ประโยชน์ ในการพัฒนาตนเองและชุมชน ในวิถีที่เหมาะสมสอดคล้องกับตนเองได้ต่อไป

นายสิทธิรักษ์ แสงกล้า เจ้าของและบรรณาธิการ นสพ.สยามโพลล์ กล่าวว่า องค์ความรู้เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยพัฒนาชุมชนได้ แต่มีชาวบ้านจำนวนมากที่ยังไม่ทราบและเข้าไม่ถึงแหล่งเรียนรู้ ในบทบาทของสื่อมวลชน เห็นความสำคัญและพร้อมสนับสนุนการสื่อสาร และการประสานงานเพื่อสร้างให้เกิดสังคมการเรียนรู้ในสังคม อันจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติของเราต่อไป
ข่าวล่าสุด
- วันที่[2026-10-03 ] จันทบุรี - ชาวสวนทุเรียนล้มทั้งยืน พายุซัด! ต้นทุเรียนล้มเกลื่อนสวน ฝนตกอย่างแรงและต่อเนื่อง....
- วันที่[2026-09-22 ] มทร.สุวรรณภูมิ - ลงพื้นที่สุพรรณบุรี ติดตามงานวิจัยใช้ทุนศิลปวัฒนธรรมสร้างรายได้ชุมชน....
- วันที่[2026-08-18 ] จันทบุรี - เปิดเวทีสร้างความเข้าใจโครงการ “อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด” ยันสร้างความมั่นคงน้ำเกษตรกร....
- วันที่[2026-08-10 ] อบต.หนองน้ำใส – หนุนปชช. ผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม....
- วันที่[2026-08-08 ] พลังจิตอาสาอุทัย เปลี่ยนคลองสะอาด สู่ชุมชนน่าอยู่ “อยุธยาเมืองสะอาด” จากพื้นที่เล็กๆ สู่คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน....
- วันที่[2026-08-07 ] สภาเกษตรกรอยุธยา – บูรณาการฟื้นฟูและพัฒนาบ่อปลาพระราชทานบ้านบางชะนี สืบสานพระราชปณิธานเฉลิมพระเกียรติในหลวง....
- วันที่[2026-08-01 ] มรภ.อยุธยา - ถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนยั่งยืน....
- วันที่[2026-07-28 ] จันทบุรี – ปลัดตำบลช้างข้าม ร่วมโครงการควบคุมและป้องกันไข้เลือดออก....
- วันที่[2026-07-28 ] จันทบุรี - จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ให้บริการวิชาการและรับฟังปัญหาเกษตรกรในพื้นที่ อ.นายายอาม....
- วันที่[2026-07-21 ] อาจารย์วิศวะฯสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติฯ ม.มหิดล แนะรีไซเคิลยางรถยนต์อย่างถูกวิธี รีไซเคิลได้ แต่ต้องควบคุมให้ดี กุญแจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน....
